กระทิงดุขวิดอิสราเอล4-1นำฝูงแต้มเท่าอัซซูรี่

สเปนเจองานไม่ยากในการเปิดบ้านรอรับอิสราเอล เจ้าถิ่นมีข่าวดีที่ ดาเนียล การ์บาฆาล หายไข้พร้อมประจำการแบ็กขวา นอกนั้นยังอยู่กันครบทั้ง อันเดรส อีเนียสต้า, ดาบิด ซิลบา และ ดีเอโก้ คอสต้า ส่วนทีมเยือนไร้ ดาวิด โกเรช ที่ถูกพักแข้ง ทำให้ต้องส่ง โอฟีร์ มาร์เซียโน่ ลงเฝ้าเสาแทน ทีเด็ดอยู่ที่ เอราน ซาฮาวี

เริ่มมา ”กระทิงดุ” มีลุ้นทันที ติอาโก้ อัลกันตาร่า ส่องไกลหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งชนคานอย่างจัง บีโตโล่ โหม่งซ้ำก็ข้ามคาน

เจ้าบ้านมาได้ประตูก่อนสมใจในนาทีที่ 13 จากจังหวะที่ จอร์ดี้ อัลบา จ่ายเข้าเขตโทษให้ ซิลบา จับแล้วซัดด้วยซ้ายลอดขา โอฟีร์ มาร์เซียโน่ เข้าไปขึ้นนำ 1-0

6 นาทีต่อมา ผู้มาเยือนต้องเปลี่ยนตัวเป็นคนแรกแล้ว หลัง ไอตาน ตีบี มีอาการบาดเจ็บ ทำให้ส่ง ทาเล็บ ทาวาธา ลงเล่นแทน

อิสราเอลยังพยายามสวน ซาฮาวี กดด้วยขวาจากระยะประมาณ 25 หลา บอลพุ่งหลุดเสาไปไม่มาก

ทีมเยือนเกือบได้ในนาทีที่ 44 ซาฮาวี ครอสจากซ้ายเข้าเขตโทษให้ ลิออร์ ราฟาเอลอฟ เทกตัวโขกกดลงพื้น แต่ ดาบิด เด เคอา ยังพุ่งปัดได้เยี่ยม

ช่วงทดเจ็บครึ่งแรกเป็นเจ้าถิ่นที่มาบวกเพิ่มได้อีกเม็ด คราวนี้ อัลกันตาร่า สะดิดบอลเข้าเขตโทษทางขวาให้ บีโตโล่ ตวัดยิงทันที มาร์เซียโน่ ปัดโดนปลายมือ ก่อนบอลจะกลิ้งผ่านข้ามเส้นเข้าไป จบ 45 นาทีแรก สเปนจึงออกนำก่อน 2-0

กลับมาเตะได้เพียง 2 นาที สเปนพลาดได้ประตูที่สามอย่างไม่น่าเชื่อ ดาเนียล การ์บาฆาล เปิดบอลจากทางขวาเข้าไปกลางเขตโทษให้ ดีเอโก้ คอสต้า โขก แต่โดนไม่เต็ม บอลหลุดเสาสองเหลือเชื่อ

นาทีที่ 51 สเปนถ่างสกอร์ไป 3-0 ติอาโก้ อัลกันตาร่า เปิดเตะมุมจากทางซ้ายเข้าไปทางเสาสองให้ ดีเอโก้ คอสต้า ขึ้นโขกกดบอลลงพื้น บอลกระดอนข้ามตัว มาร์เซียโน่ ที่พยายามจะเซฟเข้าประตูไป

อีก 7 นาทีต่อมาเจ้าบ้านเกือบจะได้อีกประตู จากจังหวะจ่ายบอลจากซ้ายเข้ามาในเขตโทษ ดาบิด ซิลบา วิ่งสอดมาฮาล์ฟวอลเลย์ด้วยขวา แต่บอลพุ่งไปจูบคานดังสนั่น ไม่ได้ประตู

holiday palace เข้าไม่ได้ ช่วงท้ายเกมอิสราเอลมาตีไข่แตกเป็น 1-3 จากจังหวะที่ บีบราส นัตโช่ เปิดฟรีคิกจากด้านซ้ายของสนามเข้าไปในเขตโทษ รามี เกอร์ชอน โขกไปชนเสา แต่บอลยังมาเข้าทาง ลิออร์ ราฟาเอลอฟ หวดซ้ำด้วยขวา ส่งบอลเสียบใต้คานเข้าประตูไปอย่างเด็ดขาด

ทว่าก่อนหมดเวลา นาที 88 อีสโก้ ตัวสำรองลงมายิงให้เจ้าถิ่นหนีไกลเป็น 4-1 ก่อนผู้ตัดสินจะเป่าจบเกม สเปน เปิดบ้านไล่ถล่ม อิสราเอล 4-1 เก็บสามแต้มมี 13 คะแนนเท่ากับ อิตาลี แต่ลูกได้เสียดีกว่า รั้งเป็นจ่าฝูงของตารางต่อ

Read related post at กระทิงดุขวิดอิสราเอล4-1นำฝูงแต้มเท่าอัซซูรี่.

เปิด5ประเด็นร้อนหลังเกมเรือ-หงส์เจ๊าสุดมันส์ 1-1

สื่อต่างประเทศยกให้คู่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล เป็นคู่ที่มันส์ที่สุดในฤดูกาลนี้ แม้สกอร์จะจบแค่ 1-1 แต่ตลอดทั้งเกมมีครบทุกรสชาติ และสามารถพลิกผลการแข่งขันได้ทุกหน้า ซึ่งมีประเด็นอะไรที่ ได้รับการพูดถึงบ้างหลังจบเกมไปติดตามกันเลย

1 ลิเวอร์พูลคือราชาทีมใหญ่

ในฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล เจอกับทีมระดับท็อปซิกส์ครบแล้ว 10 นัด ผลงานคือชนะ 5 เสมอ 5 แพ้ 0 เก็บได้ถึง 20 คะแนน จากคะแนนเต็มๆ 30 แต้ม

ลิเวอร์พูลเจอทีมใหญ่ไม่เคยกลัว โดนเปิดเกมรุกใส่ ก็กล้าเปิดเกมรุกกลับ เรียกได้ว่าถ้าพรีเมียร์ลีกแข่งกันแค่ 6-7 ทีม หัวตารางลิเวอร์พูลคงได้แชมป์ไปแล้ว

ในซีซั่นหน้า เจอร์เก้น คล็อปป์ จำเป็นต้องสานต่อ ความยอดเยี่ยมในการเจอทีมใหญ่แบบนี้เอาไว้ จากนั้นก็เดินหน้าไล่ตบทีมเล็กๆ ให้ได้ ถ้าทำได้แบบนี้ล่ะก็ มีลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกแน่นอน

2 ปัญหาหลักของหงส์แดงคือการจบสกอร์

ลิเวอร์พูลมีโอกาสเยอะมากที่จะปิดบัญชี แต่ก็ทำไม่ได้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ มีโอกาสจะจะอย่างน้อย 4 ครั้ง แต่ก็ยิงทิ้งยิงขว้างไปหมด

อดัม ลัลลาน่า ยิงจ่อๆหน้าโกล์วืด ส่วน คูตินโญ่ได้จังหวะส่อง ก็หลุดกรอบออกไปอีก คือทีมหงส์แดงสร้างสรรค์โอกาสได้มาก แต่ก็ใช้มันอย่างสิ้นเปลือง

ลองคิดเล่นๆ ว่าถ้ากองหน้าลิเวอร์พูล ยังเป็นหลุยส์ ซัวเรซ ในเกมกับแมนฯซิตี้ อาจจะยิงแฮตทริกได้แล้วก็เป็นได้

3 กุน อเกวโร่ ยังไม่กลับมาอยู่ในฟอร์มดีที่สุด

เซร์คิโอ อเกวโร่ คือคนที่มีผลงานสม่ำเสมอที่สุดของแมนฯซิตี้ มาตรฐานของเขาไม่เคยตก ยิงประตูได้ตลอด แต่ในช่วงหลังๆนี้ เขาเริ่มขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้าย

การยืนตำแหน่งยังดีอยู่ แต่การง้างเท้ายิงประตูกลับทำไม่ได้ จริงๆในนัดนี้ อเกวโร่ ควรทำแฮตทริกได้ไปแล้ว ถ้าดูจากโอกาสที่มี ซึ่งตอนนี้แมนฯซิตี้ ไม่มี เฆซุส ที่เจ็บยาว

ดังนั้น ต้องฝากความหวังไว้ที่อเกวโร่ ขอให้เข้าฟอร์มกลับมาให้เร็วที่สุด

ซีซั่นนี้ อเกวโร่ ง้างเท้ายิงไปทั้งหมด 93 ครั้ง แต่เปลี่ยนเป็นประตูได้แค่ 13 ลูกเท่านั้น ค่าเฉลี่ยยิงเป็นประตูแค่ราวๆ 15% เท่านั้นเอง

ถ้านับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก 8 เกมหลังสุด อเกวโร่ยิงได้แค่ 2 เม็ด ซึ่งก็นับว่าน้อยมากสำหรับหัวหอกระดับนี้

4 ปัจจุบัน นักเตะพอจากทีมไปแล้ว จะมีเสียงโห่เสมอ

แฟนบอลหลายคน ไม่เข้าใจพฤติกรรมของแฟนบอลอังกฤษบางส่วน ว่าทำไมนักเตะที่จากทีมไปแล้วถึงต้องโดนโห่เสมอ
เจมส์ มิลเนอร์ ช่วยแมนฯซิตี้เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก และจากสโมสรไปโดยไม่ผิดใจกัน แต่สุดท้ายเมื่อกลับมาเยือน เขาโดนโห่ทุกครั้งที่จับบอล

holiday palace เข้าไม่ได้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ช่วยลิเวอร์พูลได้แชมป์ลีกคัพ และ รองแชมป์พรีเมียร์ลีก แถมยังทำเงินให้ทีมหงส์แดงถึง 49 ล้านปอนด์ แต่ทุกครั้งที่จับบอล ก็โดนโห่อย่างหนักเช่นกัน

ในฟุตบอลยุคปัจจุบัน นักเตะน้อยคนมาก ที่ย้ายทีมไปแล้ว จะยังคงได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากแฟนๆ และการโห่เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นมากจริงๆ

Please visit เปิด5ประเด็นร้อนหลังเกมเรือ-หงส์เจ๊าสุดมันส์ 1-1 for related content.

ลุ้นจี้หมี!เรือดำน้ำกำลังห้าวส่งโซลดาโด้พรากแต้มลาสปัลมาส

ลาส ปัลมาส ภายใต้การคุมทัพของ กีเก้ เซเตียน คว้าชัยชนะได้เพียงนัดเดียวจากการลงเล่น 7 เกมหลังสุด โดยเกมล่าสุดบุกไปพ่ายให้กับ เอสปันญ่อล มา 3-4

สภาพทีมนัดนี้ต้องขาด ฆาบี กาสเตยาโน่, มิเชล มาเชโด้ และ อังเคล มอนโตโร่ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน แต่ได้ มาร์โก ลีวาย่า กองหน้า กับ โรเก้ เมซ่า กองกลางพ้นโทษแบนกลับมาช่วยทีม เช่นเดียวกับ เอลแดร์ โลเปส ที่กลับมาฟิตแล้ว พร้อมลงยืนประจำการแบ็กซ้าย

ห้องเครื่องของทีมส่ง บิเซนเต้ โกเมซ, โรเก้ เมซ่า และ โจนาธาน บิเอร่า ลงมาทำเกม ส่วนสามประสานแดนหน้าให้ ตาน่า, เควิน-พรินซ์ บัวเต็ง และ เฆเซ่ โรดรีเกซ เข้าถล่มตาข่าย

ทางด้าน ”เยลโล่ ซับมารีน” บียาร์เรอัล ทีมอันดับ 5 ของตารางคะแนน ฟอร์มสวยบุกไปเชือด เซลต้า บีโก้ 1-0 ในลา ลีกา นัดล่าสุด เก็บชัยเป็นนัดที่สามติดต่อกันในลีก

แมตช์นี้ต้องขาด เซร์คิโอ อาเซนโฆ่ นายทวารที่มีอาการบาดเจ็บรุมเร้า รวมทั้ง เดนิส เชรีเชฟ ที่ต้องพักจนถึงเดือนเมษายน พร้อมต้องรอเช็ก อาเดรียน โลเปซ กองหน้าอีกรายด้วย

holiday palace เข้าไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ข่าวดีคือได้ตัว โรเบร์โต้ โซลดาโด้ กองหน้าจอมเก๋าหายเจ็บกลับมาล่าตาข่ายร่วมกับ เซดริก บาก็อมบู

ในแนวรับได้ มาเตโอ มูซัคคิโอ ปราการหลังชาวอาร์เจนไตน์ ปักหลักคุมเกมรับร่วมกับ บิคตอร์ รูอิซ ส่วนขุมกำลังแดนกลางวาง โจนาธาน โดส ซานโต๊ส, บรูโน่ โซเรียโน่, มานู ตริเกโรส และ โรเบร์โต้ โซเรียโน่ ลงมาทำเกม

For related content, please visit ลุ้นจี้หมี!เรือดำน้ำกำลังห้าวส่งโซลดาโด้พรากแต้มลาสปัลมาส.

”มุ้ย”เผยต้องทำงานหนักกว่ามาถึง100ประตู

100 ประตู ที่ ธีรศิลป์ แดงดา ทำได้ในลีกสูงสุดนั้น มีทั้งสิ้น 24 สโมสร ที่ต้องกลายเป็นเหยื่อให้กับกองหน้าเบอร์ 1 ของทีมชาติไทยผู้นี้

“กัปตันมุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ได้ออกมาเปิดใจถึงความรู้สึกในการลั่นไกช็อตประวัติศาสตร์ของเขา ที่ทำไว้กับ “กิเลนผยอง” ในครั้งนี้ว่า “ดีใจครับในที่สุดวันนี้ก็มาถึง เมื่อก่อนตอนเป็นเด็กผมก็ดู 100 ลูกของ เดนนิส เบิร์กแคมป์ และ เธียร์รี่ อองรี ไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสทำได้ 100 ลูกเหมือนกัน แต่ไม่ได้ตื่นเต้นมากมายนัก เพราะเหมือนกับประตูแรกที่ผมทำได้กับสโมสรแห่งนี้มากกว่า”

holiday palace เข้าไม่ได้ “ผมคิดว่าต้องมีประตูที่ 1 ถึง 99 ฉะนั้นทุกประตูมาถึง 100 สำคัญเท่ากันหมด หวังว่าจะช่วยสร้างความมั่นใจก่อนที่จะไปรับใช้ทีมชาติไทย และป้องกันแชมป์ไทยลีกปีนี้กับ เอสซีจี เมืองทอง

For more post, please visit ”มุ้ย”เผยต้องทำงานหนักกว่ามาถึง100ประตู.

ดริงค์วอเตอร์กระตุ้นจิ้งจอกรักษาฟอร์มขย้ำหงส์

แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ กองกลางเลสเตอร์ ซิตี้ หวังเพื่อนร่วมทีมจะรักษาฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมอย่างในเกมเปิดบ้านถล่ม ลิเวอร์พูล 3-1 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา รับยังไม่เข้าใจเหตุผลที่ว่าทำไม “เดอะ ฟ็อกซ์” ถึงไม่สามารถเล่นได้แบบนี้ในช่วงที่ผ่านมา

แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ มิดฟิลด์เลือดผู้ดีของ เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กระตุ้นแข้ง “สุนัขจิ้งจอก” ให้สร้างทีมขึ้นมาจากแมตช์ที่เอาชนะ ลิเวอร์พูล 3-1 ที่สนามคิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม เกมลีกเมื่อวันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

“เดอะ ฟ็อกซ์” สร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นหลังจากที่เพิ่งปลด เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือชาวอิตาเลียน ด้วยการระเบิดฟอร์มสุดยอดในเกมรับมือ “หงส์แดง” โดยพวกเขาได้ 3 ประตูรวดจาก เจมี่ วาร์ดี้ 2 ลูก และ ดริงค์วอเตอร์ ขณะที่ทีมเยือนได้ประตูตีไข่แตกจาก ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

สามคะแนนในแมตช์นี้เป็นชัยชนะเกมลีกนัดแรกในปี 2017 ของ เลสเตอร์ โดย ดริงค์วอเตอร์ กล่าวว่า “มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ เรามีความสุข และต้องสร้างทีมขึ้นมาจากแมตช์นี้ คุณจะเรียกฟอร์มแบบนี้ว่าปฏิกิริยาตอบสนองก็ได้ เราต้องพยายามรักษาฟอร์มแบบนี้เอาไว้ต่อไป”

holiday palace เข้าไม่ได้ “เราสร้างเกมขึ้นมาจากหลักพื้นฐาน พยายามเน้นเกมรับ ฉกฉวยโอกาสจากความผิดพลาด, ไล่กดดันสูง และนั่นเป็นสาเหตุให้พวกเขาต้องเจอกับปัญหา นี่คือฟอร์มการเล่นที่เราต้องการมากๆ เราทุกคนแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่สามารถทำได้ เรื่องเสียงวิจารณ์เป็นสิ่งที่ต้องโดนอยู่แล้ว แต่เราต้องโชว์ฟอร์มให้ได้แบบนี้ มันเป็นเรื่องยากที่จะพูดถึงเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงไม่สามารถเล่นแบบนี้ได้ก่อนหน้านี้” ดริงค์วอเตอร์ ระ

For more post, please visit ดริงค์วอเตอร์กระตุ้นจิ้งจอกรักษาฟอร์มขย้ำหงส์.

แทบตาย!อิบรารับทุกเกมลีกผู้ดีเหมือนนัดชิง

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หัวหอกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รับทุกแมตช์ในลีกผู้ดี เป็นเหมือนเกมนัดชิง โดยเฉพาะในศึกเอฟเอ คัพ หลังพวกเขาต้องเลือดตาแทบกระเด็นกว่าจะเอาชนะ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 2-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมกระตุ้นแข้ง “ผีแดง” รักษาฟอร์มแบบนี้ต่อไปเพื่อโอกาสในการคว้าแชมป์

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าตัวความหวังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เชื่อทุกๆ เกมในลีกเมืองผู้ดีเปรียบเสมือนแมตช์นัดชิงชนะเลิศ หลังพวกเขาต้องเจอกับความยากลำบากกว่าจะเอาชนะ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 2-1 ศึกเอฟเอ คัพ รอบ 5 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

“ปีศาจแดง” ต้องตกเป็นรองเจ้าบ้านหลังจากที่ แดนนี่ เกรแฮม ซัดประตูขึ้นนำในนาทีที่ 17 อย่างไรก็ตามลูกทีมของกุนซือโชเซ่ มูรินโญ่ ไม่ยอมแพ้สามารถไล่ตีเสมอได้จาก มาร์คัส แรชฟอร์ด ในนาทีที่ 27 ก่อนที่ อิบราฮิโมวิช ซึ่งลงมาเล่นเป็นตัวสำรองจะซัดประตูชัยนาทีที่ 75

ดาวเตะชาวสวีดิช ยืนยันว่า “ปีศาจแดง” ไม่เคยประมาทคู่แข่งทุกๆ ทีมที่พวกเขาต้องต่อสู้ด้วย “ทุกๆ เกมมันคาดเดาอะไรไม่ได้เลย นับตั้งแต่ที่ผมย้ายมาเล่นในอังกฤษ ทุกๆ แมตช์โดยเฉพาะในรายการเอฟเอ คัพ มันเหมือนกับเกมนัดชิงชนะเลิศ มันไม่สำคัญว่าพวกเขาจะเล่นในแชมเปี้ยนชิพ”

“ดังนั้นทุกๆ เกมไม่มีทีมไหนเป็นตัวเต็ง เราไม่เคยประเมินคู่แข่งของเราต่ำเกินไป ทีมเล่นได้ดีก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงแต่ในครึ่งหลังผมกับ ปอล (ป็อกบา) ถูกส่งลงมาเพื่อสร้างกำลังใจให้กับทีมเพิ่มมากขึ้น เขา (ป็อกบา) ผ่านบอลได้เฉียบคมมากๆ และผมก็ยิงประตูได้”

holiday palace เข้าไม่ได้ “เรามีความสุขที่เก็บชัยชนะได้สำเร็จ เรายังมีลุ้นในทุกๆ ทัวร์นาเมนต์ เราจะต้องทำงานหนักกันต่อไป พยายามสู้ และตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากๆ” อิบราฮิโมวิช ซึ่งซัดไปแล้ว 24 ประตูจากการลงเล่น 36 แมตช์ในทุกรายการให้ “ผีแดง” ฤดูกาลนี้ กล่าว

Please visit แทบตาย!อิบรารับทุกเกมลีกผู้ดีเหมือนนัดชิง for related article.

หาคนจับยาก!เบลแข้งเร็วสุดโลก

ซีเอฟ ปาชูก้า ทีมในเม็กซิโก เปิดเผยการวิจัยที่บอกว่า แกเร็ธ เบล ปีก เรอัล มาดริด เป็นนักเตะที่เร็วที่สุดในโลก ส่วน คริสเตียโน่ กับ ลิโอเนล เมสซี่ 2 แข้งคนดังของโลกได้ที่ 7 กับ 9 ตามลำดับ

แกเร็ธ เบล ปีกดาวดังของ เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน เป็นนักเตะที่วิ่งได้เร็วที่สุดของโลกประจำปี 2016 ตามการวิจัยของ ซีเอฟ ปาชูก้า ทีมในประเทศเม็กซิโก

มีการสำรวจจนรู้ว่า เบล สามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดได้ถึง 36.90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยที่อันดับ 2 อย่าง ออร์ลันดิโอ แบร์ริโอ ดาวเตะ ฟลาเมงโก้ ตามมาแบบห่างๆ หลังเขาทำความเร็วสูงสุดได้ 36 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

สำหรับอันดับ 3 ได้แก่ เจอร์เก้น ดัมม์ แข้งของ ไทเกรส ที่วิ่งได้เร็วสุด 35.23 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วน อันโตนิโอ วาเลนเซีย ฟูลแบ็ก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามมาเป็นที่ 4 ด้วยสถิติ 35.10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง หัวหอก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้ที่ 5 จากความเร็ว 34.60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

holiday palace เข้าไม่ได้ ทั้งนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ของ เรอัล มาดริด ได้อันดับ 7 จากสถิติ 33.60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วน ลิโอเนล เมสซี่ ดาวยิง บาร์เซโลน่า เป็นที่ 9 จากความเร็ว 32.50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ที่น่าแปลกใจที่สุดคือ เวย์น รูนี่ย์ หัวหอก แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เข้ามาเป็นอันดับ 10 ด้วยความเร็ว 31.20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

Please visit หาคนจับยาก!เบลแข้งเร็วสุดโลก for more article.

รามอสพ่ายลอเรนซี่อดชิงดำหวดเอกวาดอร์

อัลเบิร์ต รามอส แร็กเกตหนุ่มสเปน มือ 2 รายการ เอกวาดอร์ โอเพ่น กีโต้ จบเส้นทางแค่รอบรองฯ หลังพ่าย เปาโล ลอเรนซี่ มือ 3 แบบ 2 เซตรวด ขณะทื่ โธมัซ เบลลุชชี่ มือ 4 ก็ร่วงเช่นกัน

holiday palace เข้าไม่ได้ สรุปผลการแข่งขันเทนนิส เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ รายการ เอกวาดอร์ โอเพ่น กีโต้ ชิงเงินรางวัลรวม 482,060 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 16.9 ล้านบาท) ที่กรุงกีโต้ ประเทศเอกวาดอร์ เมื่อวันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ประเภทชายเดี่ยว รอบรองชนะเลิศ
– เปาโล ลอเรนซี่ (อิตาลี, มือ 3) ชนะ อัลเบิร์ต รามอส (สเปน, มือ 2) 2-0 เซต 6-1, 6-4
– บิคตอร์ เอสเตรย่า บูร์โกส (สาธารณรัฐโดมินิกัน) ชนะ โธมัซ เบลลุชชี่ (บราซิล, มือ 4) 2-0 เซต 7-6(7-4), 7-6(7-3)

Please visit รามอสพ่ายลอเรนซี่อดชิงดำหวดเอกวาดอร์ for more detail.

เชซุสสุดแฮปปี้กดประตูแรกในสีเสื้อเรือใบ

กาเบรียล เชซุส หัวหอกป้ายแดง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผยแฮปปี้สุดๆ ที่กดประตูแรกให้ต้นสังกัดได้สำเร็จ หลังช่วยทีมบุกยำ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 4-0 พร้อมระบุตนเริ่มปรับตัวเข้ากับทีมได้แล้ว

กาเบรียล เชซุส กองหน้าคนใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผยว่า ตนมีความสุขเป็นอย่างมาก หลังจากที่ทำประตูแรกให้ต้นสังกัดได้สำเร็จในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ “เรือใบสีฟ้า” บุกไปเอาชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ขาดลอย 4-0 เมื่อวันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

เกมนี้ หัวหอกทีมชาติบราซิลวัย 19 ปี ซึ่งเพิ่งย้ายมาร่วมก๊วน แมนฯ ซิตี้ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้เล่นเต็มเกมเป็นครั้งแรก และเจ้าตัวก็ไม่ทำให้แฟนๆ ต้องผิดหวัง เมื่อเป็นคนแอสซิสต์ให้ เควิน เดอ บรอยน์ ทำประตูขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 17 ก่อนมาทำประตูให้กับตัวเองได้ในนาทีที่ 39 ซึ่งเป็นประตูขึ้นนำ 3-0 ให้กับทีม

holiday palace เข้าไม่ได้ “ผมแฮปปี้จริงๆ เพราะผมเฝ้ารอประตูแรกของตัวเองอยู่ แต่ผมก็ชอบที่จะแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูและช่วยทีมในด้านอื่นๆ ด้วย การปรับตัวกับที่นี่กำลังไปได้สวย เพื่อนร่วมทีมและสโมสรให้ความช่วยเหลือผมเป็นอย่างดี มันก็เลยทำให้ผมสามารถมีสมาธิกับการเล่นฟุตบอลเพียงอย่างเดียวได้” เชซุส เปิดใจหลังเกม

Please visit เชซุสสุดแฮปปี้กดประตูแรกในสีเสื้อเรือใบ for related post.

ผียังไม่เข้าที!อดัมซัดเบิ้ลสโต๊คเปิดบ้านทุบ2-1

ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ค ซิตี้ ของกุนซือ มาร์ค ฮิวจ์ส นัดนี้เรียก จอน วอลเตอร์ส กับ มาร์โก อาร์เนาโตวิช ที่นั่งสำรองในนัดก่อนคืนตัวจริงทั้งคู่ โดยมี ปีเตอร์ เคร้าช์ เป็นไม้ตายในแดนหน้า

ด้าน “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของกุนซือ เดวิด มอยส์ เกมนี้ได้ ไมเคิล คาร์ริก กลับมาสั่งการเกมในแดนกลาง ส่วนแนวรุกส่ง ฆวน มานูเอล มาต้า เวย์น รูนี่ย์ และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ลงสนามพร้อมกันเป็นครั้งแรก

เริ่มเกมมาได้เพียงเก้านาทีแมนฯยูฯเจอข่าวร้าย เมื่อ จอนนี่ อีแวนส์ ได้รับบาดเจ็บ ต้องเปลี่ยนเอา ราฟาเอล ดา ซิลวา ลงมาแทน โดยจะลงมาเล่นแบ๊คขวา แล้วย้ายเอาฟิล โจนส์ไปยืนเซ็นเตอร์ฮาฟแทน

นาที11 สโต๊คได้ช่องทางก่อนจากจังหวะเตะมุม ปีเตอร์ โอเด็มวิงกี้ ได้โหม่ง บอลหลุดกรอบออกไป

สองนาที่ต่อมา แมนฯยูฯได้ช่องทางบ้าง จากการเปิดทางด้านซ้ายของ ปาทริซ เอวร่า บอลมาถึงเวย์น รูนี่ย์ ฮาฟวอลเล่ย่ย์แบบไม่ต้องจับ แต่บอลยังไม่ตรงกรอบ

holiday palace เข้าไม่ได้ นาที28จากจังหวะเตะมุม ฟิล โจนส์ ได้ช่องทางโหม่งชงมาให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ โหม่งอีกจังหวะ บอลไปติดกองหลังสโต๊คออกไป

นาที.38เจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำ จากการยิงฟรีคิกของชาร์ลี อดัม บอลไปแฉลบไมเคิ่ล คาร์ริก เปลี่ยนทางเข้าประตูไป สโต๊คออกนำ 1-0

Please visit ผียังไม่เข้าที!อดัมซัดเบิ้ลสโต๊คเปิดบ้านทุบ2-1 for more detail.